
บล็อกใหม่ค่ะ
วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
น.ส. ปิยนุช ละอองโชค ชั้นม.4/13 เลขที่ 33
ผลการเลือกตั้ง 2557 เกาะติดผลคะแนนเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
ผลการเลือกตั้ง 2557
(2 ก.พ.) เกาะติดการนับคะแนน ผลการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 หลังบรรยากาศการเลือกตั้งตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยสถานการณ์ต่างๆ ในหลายจุด เกิดปัญหาตามหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ ซึ่งผลคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากยังพบปัญหาในการเเลือกตั้ง รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา
สรุปภาพรวมการเลือกตั้ง 2557
ล่าสุด นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการทั่วประเทศ โดยไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ ที่มีปัญหาพบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 20,468,646 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 44,649,742 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดย จ.ลำพูน มีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุด คือ 241,209 คน คิดเป็นร้อยละ 72.80 ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด ที่สามารถเปิดเลือกตั้งได้บางส่วนนั้น พบว่า จ.นราธิวาส มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากสุด 232,790 คน คิดเป็นร้อยละ 45.86 ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยที่สุด เพียง 1,292 คน คิดเป็นร้อยละ 0.11
ภาพรวมการดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ มีหน่วยเลือกตั้งรวม 93,952 หน่วย เปิดลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย และปิดลงคะแนนไป 10,139 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 89.2 ทั้งนี้ใน 77 จังหวัด ประกาศงดลงคะแนนไป 18 จังหวัด โดยงดลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัดและงดลงคะแนนบางส่วน 9 จังหวัด รวม 69 เขต จำนวนเขตที่ประกาศงดลงคะแนนทั้งเขต 37 เขต งดลงคะแนนบางส่วน 32 เขต
______________________________________________________________________
17.56 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 บ้านร่ำเปิง อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้มีสิทธิ์ 798 มาใช้สิทธิ์ 366 แบบปาร์ตี้ลิส พรรคเพื่อไทย 214 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 91 คะแนน (CitizenTHAIPBS)
17.21 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตห้วยขวาง ผู้มีสิทธิ 1,063 คน ผู้มาใช้สิทธิ 229 คน พรรคเพื่อไทย ได้อันดับที่ 1 (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @Reporter_Js1)
17.00 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เมืองลำปาง พรรคเพื่อไทยได้คะแนนนำ ส่วนไม่ประสงค์ลงคะแนน ยังคงไล่ตามมาอย่างสูสี
16.39 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท มีสิทธิ์เลือกตั้ง 669 มาใช้สิทธิ์ 153 พรรคเพื่อไทย ชนะคะแนนเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต
16.25 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 โรงเรียนเจียหมิน อ.กบินทร์บุรี เขต 3 จ.ปราจีนบุรี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 525 มาใช้สิทธิ์ 118 เพื่อไทย 50 คะแนน ผลไม่ประสงค์ลงคะแนน 40 คะแนน ภูมิใจไทย 15 คะแนน (@CitizenTPBS)
16.20 ผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 16 ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย 97 คะแนน พรรคชาติไทยพัฒนา 82 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 59 คน บัตรเสีย 25 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ 268 คน (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @t_louder)
16.16 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งบ้านแม่พุงหลวง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ผู้มีสิทธิ 500 คน ไปใช้สิทธิ 90 กว่า ไม่ประสงค์ลงคะแนน 60 คะแนน พรรคเพื่อไทย 15 คะแนน ที่เหลือเป็นบัตรเสีย
16.10 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้ง 12 และ 13 เขต 1 จ.นครราชสีมา นับคะแนนเสร็จแล้ว คะแนนไม่เป็นทางการชาติพัฒนาชนะแบ่งเขต เพื่อไทยชนะปาร์ตี้ลิส (@da_mike)
16.08 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ เขตเลือกตั้งที่ 75 ชุมชนทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้มีสิทธิ์ 789 คน ใช้สิทธิ์ 270 ผลไม่ประสงค์ลงคะแนนยังนำ
16.03 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 78 แขวงสามเสน เขตพญาไท นับคะแนนเสร็จสิ้น ไม่ประสงค์ลงคะแนนได้คะแนนนำ (@Pat_ThaiPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @CitizenTHAIPBS)
15.58 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 76-89 แขวงและเขตสะพานสูง นับคะแนนแล้วใช้สิทธิ์ 25% คะแนนพรรคเพื่อไทยกับไม่ประสงค์ลงคะแนน ยังคงสูสี
15.52 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตลาดกระบัง คะแนนแบบแบ่งเขต อันดับ 1 คือ เพื่อไทย / ไม่ประสงค์ลงคะแนน
15.48 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. คะแนนแบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 1 คือ เพื่อไทย 124 คะแนน / ไม่ประสงค์ลงคะแนน 42 คะแนน (@CitizenTHAIPBS)
15.43 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยที่ 16 รูสะมิเเล จ.ปัตตานี นับคะเเนนเสร็จสิ้นเเล้ว มีผู้มาใช้สิทธิ 91 จาก 863 คน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 53 คะแนน พรรคเพื่อน 21 คะแนน (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @JaskyMCOT)
15.35 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 84-86 เขตบางกะปิ คะแนนหมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างนำ
15.27 น. พื้นที่หน่วยเลือกตั้งเขต 13 เขตสายไหม ผลปรากฎว่า คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน กับเบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างสูสีกัน
15.30 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 1-4 ร.ร.มัธยมวัดธาตุทอง เขตวัฒนา คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน กับเบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างสูสีกัน
(ภาพจากทวิตเตอร์ @pakapong_report)
15.12 น. หน่วยการเลือกตั้งหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว เร่มนับผลคะแนนเลือกตั้ง ทั้ง ส.ส.แบ่งแขต และ บัญชีรายชื่อ เบื้องต้นพบว่าไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นจำนวนมาก
15.00 น. หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทำการปิดหีบเลือกตั้ง พร้อมดำเนินเริ่มนับผลคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง แต่จะไม่มีการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง

นางสาว ปิยนุช ละอองโชค ชั้นม.4/13 เลขที่ 33
ผลการเลือกตั้ง 2557 เกาะติดผลคะแนนเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
ผลการเลือกตั้ง 2557
(2 ก.พ.) เกาะติดการนับคะแนน ผลการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 หลังบรรยากาศการเลือกตั้งตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยสถานการณ์ต่างๆ ในหลายจุด เกิดปัญหาตามหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ ซึ่งผลคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากยังพบปัญหาในการเเลือกตั้ง รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา
สรุปภาพรวมการเลือกตั้ง 2557
ล่าสุด นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการทั่วประเทศ โดยไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ ที่มีปัญหาพบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 20,468,646 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 44,649,742 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดย จ.ลำพูน มีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุด คือ 241,209 คน คิดเป็นร้อยละ 72.80 ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด ที่สามารถเปิดเลือกตั้งได้บางส่วนนั้น พบว่า จ.นราธิวาส มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากสุด 232,790 คน คิดเป็นร้อยละ 45.86 ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยที่สุด เพียง 1,292 คน คิดเป็นร้อยละ 0.11
ภาพรวมการดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ มีหน่วยเลือกตั้งรวม 93,952 หน่วย เปิดลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย และปิดลงคะแนนไป 10,139 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 89.2 ทั้งนี้ใน 77 จังหวัด ประกาศงดลงคะแนนไป 18 จังหวัด โดยงดลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัดและงดลงคะแนนบางส่วน 9 จังหวัด รวม 69 เขต จำนวนเขตที่ประกาศงดลงคะแนนทั้งเขต 37 เขต งดลงคะแนนบางส่วน 32 เขต
______________________________________________________________________
17.56 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 บ้านร่ำเปิง อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้มีสิทธิ์ 798 มาใช้สิทธิ์ 366 แบบปาร์ตี้ลิส พรรคเพื่อไทย 214 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 91 คะแนน (CitizenTHAIPBS)
17.21 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตห้วยขวาง ผู้มีสิทธิ 1,063 คน ผู้มาใช้สิทธิ 229 คน พรรคเพื่อไทย ได้อันดับที่ 1 (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @Reporter_Js1)
17.00 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เมืองลำปาง พรรคเพื่อไทยได้คะแนนนำ ส่วนไม่ประสงค์ลงคะแนน ยังคงไล่ตามมาอย่างสูสี
16.39 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท มีสิทธิ์เลือกตั้ง 669 มาใช้สิทธิ์ 153 พรรคเพื่อไทย ชนะคะแนนเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต
16.25 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 โรงเรียนเจียหมิน อ.กบินทร์บุรี เขต 3 จ.ปราจีนบุรี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 525 มาใช้สิทธิ์ 118 เพื่อไทย 50 คะแนน ผลไม่ประสงค์ลงคะแนน 40 คะแนน ภูมิใจไทย 15 คะแนน (@CitizenTPBS)
16.20 ผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 16 ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย 97 คะแนน พรรคชาติไทยพัฒนา 82 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 59 คน บัตรเสีย 25 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ 268 คน (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @t_louder)
16.16 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งบ้านแม่พุงหลวง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ผู้มีสิทธิ 500 คน ไปใช้สิทธิ 90 กว่า ไม่ประสงค์ลงคะแนน 60 คะแนน พรรคเพื่อไทย 15 คะแนน ที่เหลือเป็นบัตรเสีย
16.10 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้ง 12 และ 13 เขต 1 จ.นครราชสีมา นับคะแนนเสร็จแล้ว คะแนนไม่เป็นทางการชาติพัฒนาชนะแบ่งเขต เพื่อไทยชนะปาร์ตี้ลิส (@da_mike)
16.08 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ เขตเลือกตั้งที่ 75 ชุมชนทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้มีสิทธิ์ 789 คน ใช้สิทธิ์ 270 ผลไม่ประสงค์ลงคะแนนยังนำ
16.03 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 78 แขวงสามเสน เขตพญาไท นับคะแนนเสร็จสิ้น ไม่ประสงค์ลงคะแนนได้คะแนนนำ (@Pat_ThaiPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @CitizenTHAIPBS)
15.58 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 76-89 แขวงและเขตสะพานสูง นับคะแนนแล้วใช้สิทธิ์ 25% คะแนนพรรคเพื่อไทยกับไม่ประสงค์ลงคะแนน ยังคงสูสี
15.52 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตลาดกระบัง คะแนนแบบแบ่งเขต อันดับ 1 คือ เพื่อไทย / ไม่ประสงค์ลงคะแนน
15.48 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. คะแนนแบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 1 คือ เพื่อไทย 124 คะแนน / ไม่ประสงค์ลงคะแนน 42 คะแนน (@CitizenTHAIPBS)
15.43 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยที่ 16 รูสะมิเเล จ.ปัตตานี นับคะเเนนเสร็จสิ้นเเล้ว มีผู้มาใช้สิทธิ 91 จาก 863 คน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 53 คะแนน พรรคเพื่อน 21 คะแนน (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @JaskyMCOT)
15.35 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 84-86 เขตบางกะปิ คะแนนหมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างนำ
15.27 น. พื้นที่หน่วยเลือกตั้งเขต 13 เขตสายไหม ผลปรากฎว่า คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน กับเบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างสูสีกัน
15.30 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 1-4 ร.ร.มัธยมวัดธาตุทอง เขตวัฒนา คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน กับเบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างสูสีกัน
(ภาพจากทวิตเตอร์ @pakapong_report)
15.12 น. หน่วยการเลือกตั้งหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว เร่มนับผลคะแนนเลือกตั้ง ทั้ง ส.ส.แบ่งแขต และ บัญชีรายชื่อ เบื้องต้นพบว่าไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นจำนวนมาก
15.00 น. หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทำการปิดหีบเลือกตั้ง พร้อมดำเนินเริ่มนับผลคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง แต่จะไม่มีการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง
นางสาว ปิยนุช ละอองโชค ชั้นม.4/13 เลขที่ 33
ผลการเลือกตั้ง 2557 เกาะติดผลคะแนนเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
ผลการเลือกตั้ง 2557
(2 ก.พ.) เกาะติดการนับคะแนน ผลการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 หลังบรรยากาศการเลือกตั้งตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยสถานการณ์ต่างๆ ในหลายจุด เกิดปัญหาตามหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ ซึ่งผลคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากยังพบปัญหาในการเเลือกตั้ง รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา
สรุปภาพรวมการเลือกตั้ง 2557
ล่าสุด นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการทั่วประเทศ โดยไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ ที่มีปัญหาพบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 20,468,646 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 44,649,742 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดย จ.ลำพูน มีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุด คือ 241,209 คน คิดเป็นร้อยละ 72.80 ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด ที่สามารถเปิดเลือกตั้งได้บางส่วนนั้น พบว่า จ.นราธิวาส มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากสุด 232,790 คน คิดเป็นร้อยละ 45.86 ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยที่สุด เพียง 1,292 คน คิดเป็นร้อยละ 0.11
ภาพรวมการดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ มีหน่วยเลือกตั้งรวม 93,952 หน่วย เปิดลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย และปิดลงคะแนนไป 10,139 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 89.2 ทั้งนี้ใน 77 จังหวัด ประกาศงดลงคะแนนไป 18 จังหวัด โดยงดลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัดและงดลงคะแนนบางส่วน 9 จังหวัด รวม 69 เขต จำนวนเขตที่ประกาศงดลงคะแนนทั้งเขต 37 เขต งดลงคะแนนบางส่วน 32 เขต
______________________________________________________________________
17.56 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 บ้านร่ำเปิง อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้มีสิทธิ์ 798 มาใช้สิทธิ์ 366 แบบปาร์ตี้ลิส พรรคเพื่อไทย 214 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 91 คะแนน (CitizenTHAIPBS)
17.21 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตห้วยขวาง ผู้มีสิทธิ 1,063 คน ผู้มาใช้สิทธิ 229 คน พรรคเพื่อไทย ได้อันดับที่ 1 (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @Reporter_Js1)
17.00 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เมืองลำปาง พรรคเพื่อไทยได้คะแนนนำ ส่วนไม่ประสงค์ลงคะแนน ยังคงไล่ตามมาอย่างสูสี
16.39 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท มีสิทธิ์เลือกตั้ง 669 มาใช้สิทธิ์ 153 พรรคเพื่อไทย ชนะคะแนนเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต
16.25 น. คะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 โรงเรียนเจียหมิน อ.กบินทร์บุรี เขต 3 จ.ปราจีนบุรี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 525 มาใช้สิทธิ์ 118 เพื่อไทย 50 คะแนน ผลไม่ประสงค์ลงคะแนน 40 คะแนน ภูมิใจไทย 15 คะแนน (@CitizenTPBS)
16.20 ผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 16 ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย 97 คะแนน พรรคชาติไทยพัฒนา 82 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 59 คน บัตรเสีย 25 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ 268 คน (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @t_louder)
16.16 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งบ้านแม่พุงหลวง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ผู้มีสิทธิ 500 คน ไปใช้สิทธิ 90 กว่า ไม่ประสงค์ลงคะแนน 60 คะแนน พรรคเพื่อไทย 15 คะแนน ที่เหลือเป็นบัตรเสีย
16.10 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้ง 12 และ 13 เขต 1 จ.นครราชสีมา นับคะแนนเสร็จแล้ว คะแนนไม่เป็นทางการชาติพัฒนาชนะแบ่งเขต เพื่อไทยชนะปาร์ตี้ลิส (@da_mike)
16.08 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ เขตเลือกตั้งที่ 75 ชุมชนทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้มีสิทธิ์ 789 คน ใช้สิทธิ์ 270 ผลไม่ประสงค์ลงคะแนนยังนำ
16.03 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 78 แขวงสามเสน เขตพญาไท นับคะแนนเสร็จสิ้น ไม่ประสงค์ลงคะแนนได้คะแนนนำ (@Pat_ThaiPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @CitizenTHAIPBS)
15.58 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 76-89 แขวงและเขตสะพานสูง นับคะแนนแล้วใช้สิทธิ์ 25% คะแนนพรรคเพื่อไทยกับไม่ประสงค์ลงคะแนน ยังคงสูสี
15.52 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตลาดกระบัง คะแนนแบบแบ่งเขต อันดับ 1 คือ เพื่อไทย / ไม่ประสงค์ลงคะแนน
15.48 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. คะแนนแบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 1 คือ เพื่อไทย 124 คะแนน / ไม่ประสงค์ลงคะแนน 42 คะแนน (@CitizenTHAIPBS)
15.43 น. ผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ หน่วยที่ 16 รูสะมิเเล จ.ปัตตานี นับคะเเนนเสร็จสิ้นเเล้ว มีผู้มาใช้สิทธิ 91 จาก 863 คน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 53 คะแนน พรรคเพื่อน 21 คะแนน (@CitizenTHAIPBS)
(ภาพจากทวิตเตอร์ @JaskyMCOT)
15.35 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 84-86 เขตบางกะปิ คะแนนหมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างนำ
15.27 น. พื้นที่หน่วยเลือกตั้งเขต 13 เขตสายไหม ผลปรากฎว่า คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน กับเบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างสูสีกัน
15.30 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 1-4 ร.ร.มัธยมวัดธาตุทอง เขตวัฒนา คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน กับเบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ยังค่อนข้างสูสีกัน
(ภาพจากทวิตเตอร์ @pakapong_report)
15.12 น. หน่วยการเลือกตั้งหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว เร่มนับผลคะแนนเลือกตั้ง ทั้ง ส.ส.แบ่งแขต และ บัญชีรายชื่อ เบื้องต้นพบว่าไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นจำนวนมาก
15.00 น. หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทำการปิดหีบเลือกตั้ง พร้อมดำเนินเริ่มนับผลคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง แต่จะไม่มีการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง
วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
คดีปราสาทเขาพระวิหาร
คดีนี้มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2447 ถึง พ.ศ. 2451 ประเทศฝรั่งเศสมีฐานะเป็นรัฐผู้อารักขากัมพูชา ได้ทำสัญญากับราชอาณาจักรสยามอยู่หลายฉบับ แต่มีสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ คือ สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ร.ศ. 122 มีความตกลงอยู่ว่า พรมแดนที่เป็นปัญหาให้ถือเอาสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเขตแดน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการปักบันเขตแดน เพื่อได้ทำการสำรวจบริเวณพื้นที่แถบนั้น[2]
ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ทางการสยามได้ขอให้ทางฝรั่งเศสทำแผนที่พรมแดน ฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ขึ้นจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นเป็นแผนที่ที่ฝรั่งเศสลากเส้นเอาเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของราชอาณาจักรสยาม ไปอยู่ในฝั่งเขตแดนกัมพูชาของทางฝรั่งเศสด้วย โดยมิได้ยึดแนวสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ (แผนที่นี้ต่อมาเรียกว่า "แผนที่ผนวก 1" (Annex I map) )
กระนั้น สยามไม่ได้คัดค้านแผนที่นั้นภายในเวลาอันสมควร คณะกรรมการฝ่ายไทยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เลย แม้จะไม่ได้แสดงการยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ทำการคัดค้านว่าแผนที่ฉบับที่มีปัญหานั้นไม่ถูกต้อง ท่านเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นคือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ตรัสขอบใจราชทูตฝรั่งเศสผู้นำส่งแผนที่นั้น และผู้ว่าราชการจังหวัดก็มิได้ทำการทักท้วง[2] ต่อมา มีการประชุมคณะกรรมการที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2452 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 นี้เป็นหลัก ก็ไม่มีผู้คัดค้าน
ปี พ.ศ. 2468 มีการจัดทำสนธิสัญญาระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส โดยมีการอ้างอิงถึงเขตแดนดังกล่าว และในการเจรจาสนธิสัญญาระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลไทยไม่ได้ประท้วงประเด็นดังกล่าว[2] นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2473 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จไปเขาพระวิหาร โดยมีผู้สำเร็จราชการฝรั่งเศสรับเสด็จในฐานะทรงเยือนจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา[2] แม้ในระหว่าง พ.ศ. 2477-2478 มีการสำรวจพบว่ามีความแตกต่างระหว่างเส้นพรมแดนในแผนที่และแนวสันปันน้ำจริง และได้มีการทำแผนที่อื่น ๆ ซึ่งแสดงว่าปราสาทดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรสยาม แต่สยามยังคงใช้และจัดพิมพ์แผนที่ที่แสดงว่าพระวิหารตั้งอยู่ในกัมพูชาต่อไป[2] เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาว่า รัฐบาลไทยขณะนั้นได้ยอมรับ (acquiese) ว่า ฝรั่งเศส มีอำนาจอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นเวลายาวนานถึง 50 ปีมาแล้ว ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ว่าด้วยหลักกฎหมายปิดปาก (estoppel)
ปี พ.ศ. 2501 หลังจากกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จึงเริ่มมีข้อขัดแย้งเรื่องเขตแดนรอยต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกระทั่งเจ้านโรดมสีหนุ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขณะนั้น นำเรื่องขึ้นเสนอสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี พ.ศ. 2502 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 เป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งแม้เส้นเขตแดนบนแผนที่จะไม่ได้ใช้สันปันน้ำเป็นเกณฑ์ แต่แผนที่ฉบับนี้ไม่เคยถูกคัดค้านจากรัฐบาลสยามและไทยมาก่อน
ดังนั้นในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ จึงได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 นอกจากนั้นยังตัดสินด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ให้ประเทศไทยส่งคืนโบราณวัตถุที่นำออกมาจากปราสาทเขาพระวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยได้เข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าว[2]
แผนที่ A มาตราส่วน 1:10,000 เป็นแผนที่ของทางการไทย แสดงแนวเส้นเขตแดนฝรั่งเศส-สยามปี 2450 (Line 1) ซึ่งไทยได้โต้แย้งต่อศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2505 กับแนวเส้นเขตแดน (Line 2) ที่ไทยใช้หลักสากลยึดถือแนวสันปันน้ำเป็นหลักในการแบ่งเส้นเขตแดนและได้อ้างสิทธิอันชอบธรรมเหนือพื้นที่สีเขียว การยกผืนดินที่ตั้งปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชากำลังจะสร้างความยุ่งยากให้แก่การกล่าวอ้างอธิปไตยของไทย
แผนที่ B มาตราส่วน 1:200,000 แสดงภาพรวมที่ตั้งปราสาทพระวิหารและแนวเส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝรั่งเศสเมื่อ 100 ปีก่อน (Line 1) กับเส้นเขตแดนที่ไทยกล่าวอ้าง (Line 2) โดยยึดสันปันน้ำตามหลักสากล ไทยยืนยันการกล่าวอ้างในเรื่องนี้ตลอด 46 ปีที่ผ่านมา
หลังจากศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาในเดือนมิถุนายน 2505 ในเดือนถัดมาไทยก็ได้ยื่นบันทึกต่อศาลโลกพร้อมแผนที่ฉบับนี้แสดงที่ตั้งของปราสาทพระวิหารกับบริเวณโดยรอบและเส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำที่ไทยสงวนที่จะกล่าวอ้าง ภาพล่างซ้ายแสดงให้เห็นว่าไทยยอมรับให้พื้นที่แก่ปราสาทที่กว้างที่สุดเพียง 100 เมตรเท่านั้น อาณาบริเวณข้างนอกเส้นปรุเป็นพื้นที่เขตสันปันน้ำ
วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
เขาพระวิหาร
แผนที่ A มาตราส่วน 1:10,000 เป็นแผนที่ของทางการไทย แสดงแนวเส้นเขตแดนฝรั่งเศส-สยามปี 2450 (Line 1) ซึ่งไทยได้โต้แย้งต่อศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2505 กับแนวเส้นเขตแดน (Line 2) ที่ไทยใช้หลักสากลยึดถือแนวสันปันน้ำเป็นหลักในการแบ่งเส้นเขตแดนและได้อ้างสิทธิอันชอบธรรมเหนือพื้นที่สีเขียว การยกผืนดินที่ตั้งปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชากำลังจะสร้างความยุ่งยากให้แก่การกล่าวอ้างอธิปไตยของไทย
แผนที่ B มาตราส่วน 1:200,000 แสดงภาพรวมที่ตั้งปราสาทพระวิหารและแนวเส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝรั่งเศสเมื่อ 100 ปีก่อน (Line 1) กับเส้นเขตแดนที่ไทยกล่าวอ้าง (Line 2) โดยยึดสันปันน้ำตามหลักสากล ไทยยืนยันการกล่าวอ้างในเรื่องนี้ตลอด 46 ปีที่ผ่านมา
หลังจากศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาในเดือนมิถุนายน 2505 ในเดือนถัดมาไทยก็ได้ยื่นบันทึกต่อศาลโลกพร้อมแผนที่ฉบับนี้แสดงที่ตั้งของปราสาทพระวิหารกับบริเวณโดยรอบและเส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำที่ไทยสงวนที่จะกล่าวอ้าง ภาพล่างซ้ายแสดงให้เห็นว่าไทยยอมรับให้พื้นที่แก่ปราสาทที่กว้างที่สุดเพียง 100 เมตรเท่านั้น อาณาบริเวณข้างนอกเส้นปรุเป็นพื้นที่เขตสันปันน้ำคดีนี้มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2447 ถึง พ.ศ. 2451 ประเทศฝรั่งเศสมีฐานะเป็นรัฐผู้อารักขากัมพูชา ได้ทำสัญญากับราชอาณาจักรสยามอยู่หลายฉบับ แต่มีสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ คือ สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ร.ศ. 122 มีความตกลงอยู่ว่า พรมแดนที่เป็นปัญหาให้ถือเอาสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเขตแดน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการปักบันเขตแดน เพื่อได้ทำการสำรวจบริเวณพื้นที่แถบนั้น[2]
ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ทางการสยามได้ขอให้ทางฝรั่งเศสทำแผนที่พรมแดน ฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ขึ้นจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นเป็นแผนที่ที่ฝรั่งเศสลากเส้นเอาเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของราชอาณาจักรสยาม ไปอยู่ในฝั่งเขตแดนกัมพูชาของทางฝรั่งเศสด้วย โดยมิได้ยึดแนวสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ (แผนที่นี้ต่อมาเรียกว่า "แผนที่ผนวก 1" (Annex I map) )
กระนั้น สยามไม่ได้คัดค้านแผนที่นั้นภายในเวลาอันสมควร คณะกรรมการฝ่ายไทยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เลย แม้จะไม่ได้แสดงการยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ทำการคัดค้านว่าแผนที่ฉบับที่มีปัญหานั้นไม่ถูกต้อง ท่านเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นคือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ตรัสขอบใจราชทูตฝรั่งเศสผู้นำส่งแผนที่นั้น และผู้ว่าราชการจังหวัดก็มิได้ทำการทักท้วง[2] ต่อมา มีการประชุมคณะกรรมการที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2452 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 นี้เป็นหลัก ก็ไม่มีผู้คัดค้าน
ปี พ.ศ. 2468 มีการจัดทำสนธิสัญญาระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส โดยมีการอ้างอิงถึงเขตแดนดังกล่าว และในการเจรจาสนธิสัญญาระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลไทยไม่ได้ประท้วงประเด็นดังกล่าว[2] นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2473 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จไปเขาพระวิหาร โดยมีผู้สำเร็จราชการฝรั่งเศสรับเสด็จในฐานะทรงเยือนจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา[2] แม้ในระหว่าง พ.ศ. 2477-2478 มีการสำรวจพบว่ามีความแตกต่างระหว่างเส้นพรมแดนในแผนที่และแนวสันปันน้ำจริง และได้มีการทำแผนที่อื่น ๆ ซึ่งแสดงว่าปราสาทดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรสยาม แต่สยามยังคงใช้และจัดพิมพ์แผนที่ที่แสดงว่าพระวิหารตั้งอยู่ในกัมพูชาต่อไป[2] เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาว่า รัฐบาลไทยขณะนั้นได้ยอมรับ (acquiese) ว่า ฝรั่งเศส มีอำนาจอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นเวลายาวนานถึง 50 ปีมาแล้ว ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ว่าด้วยหลักกฎหมายปิดปาก (estoppel)
ปี พ.ศ. 2501 หลังจากกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จึงเริ่มมีข้อขัดแย้งเรื่องเขตแดนรอยต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกระทั่งเจ้านโรดมสีหนุ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขณะนั้น นำเรื่องขึ้นเสนอสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี พ.ศ. 2502 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 เป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งแม้เส้นเขตแดนบนแผนที่จะไม่ได้ใช้สันปันน้ำเป็นเกณฑ์ แต่แผนที่ฉบับนี้ไม่เคยถูกคัดค้านจากรัฐบาลสยามและไทยมาก่อน
ดังนั้นในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ จึงได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 นอกจากนั้นยังตัดสินด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ให้ประเทศไทยส่งคืนโบราณวัตถุที่นำออกมาจากปราสาทเขาพระวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยได้เข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าว[2]
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)